วัสดุที่ใช้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเกือบทุกอย่าง หากแม้โดนแช่น้ำไว้นานๆ ย่อมต้องมีอาการเสื่อมสภาพไป มากบ้าง น้อยบ้างตอบคำถามที่ว่า ผนังและสีทาบ้านที่ถูกน้ำท่วมแล้วเป็นอะไรหรือไม่คงตอบว่า “เป็นอะไรแน่นอน” ขอให้คำปรึกษา ในการแก้ปัญหาดังต่อไปนี้
1. หากผนังทำด้วยไม้ ไม่ต้องทำอะไรมากปล่อยให้แห้งก็เพียงพอแล้วยกเว้นแต่ส่วนที่อยู่ ในระยะระดับที่ น้ำขึ้นลง อาจจะผุไปบ้าง(ธรรมชาติของไม้ หากอยู่แห้งๆ ก็ไม่เป็นไร หากอยู่ใต้น้ำเลย ก็ไม่ค่อยเป็นไร แต่หากอยู่บริเวณระดับที่เดี๋ยวน้ำขึ้น เดี๋ยวน้ำลง จะมีปัญหาเรื่องการผุกร่อนได้ง่าย ดูได้ตามเสาโป๊ะ หรือเสาที่ปักไว้ในน้ำจะเห็นได้ว่า ส่วนที่จะผุกร่อนก่อนที่สุด คือ บริเวณระดับผิวน้ำที่เดี๋ยวแห้ง เดี๋ยวเปียก)เมื่อน้ำในบ้านลดลง เอาผ้าเช็ดทำความสะอาด ขจัดคราบความสกปรกออก เพื่อสุขภาพของคนในบ้าน และเพื่อให้ผิวที่ทำความสะอาดแล้ว สามารถระเหยความชื้นออกมาได้ง่าย ทิ้งไว้จนแน่ใจว่า ผนังของเราแห้งดี จึงใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ ชโลมลงที่ผิว(อย่าทาแลคเกอร์ หรือน้ำยารักษาเนื้อไม้ หรือสีทาผนัง ก่อนที่จะให้ตัวผนังแห้ง เพราะจะทำให้น้ำและความชื้น ระเหยไม่ออก จะเกิดอาการ “ชื้นและผุฝังใน”)การทาสี หรือทายารักษาเนื้อไม้ อาจจะทาเฉพาะด้านในตัวบ้านก่อนก็ได้ แล้วทิ้งไว้สักหลายเดือน จึงค่อยทาสีภายนอกตัวอาคาร เพื่อให้มั่นใจจริงๆ ว่า ผนังของเราแห้งสนิทแล้ว (อย่าอายใครหากบ้านเรา จะไม่สวยสัก 5-6 เดือน เพราะเรื่องน้ำท่วมนี้ ไม่ใช่ความผิดของเรา… เราเป็นเพียงผู้รับกรรมเท่านั้น)
2. หากผนังของท่านเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน ก็ดำเนินการในระบบที่คล้ายกับผนังไม้ ตามที่กล่าวแต่แรก แต่อาจจะต้องทิ้งเวลานานหน่อยเพราะการระบายความชื้นของผนังก่ออิฐนั้น ยากกว่าผนังไม้มีสิ่งหนึ่งที่ผนังไม้อาจแตกต่างกับผนังก่ออิฐก็คือ “สิ่งที่อยู่ภายในผนัง” ไม่ว่าจะเป็นสายไฟฟ้า ท่อไฟฟ้า ท่อน้ำ ฯลฯ เราต้องตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ด้วยว่า อยู่ในสภาพเหมือนเดิม (รายละเอียดการดูแลตรวจสอบ กรุณาอ่านในข้อ การตรวจสอบระบบไฟฟ้า และระบบสุขาภิบาล) การให้ความชื้นระเหยออกง่าย ต้องพยายามไม่เอาสิ่งของ หรือตู้ โต๊ะ ตั้งติดไว้ที่ผนัง (ขอให้ทนความไม่สะดวกสบายสักพักเถอะครับ)แต่ก็กรุณาอย่าถึงกับเอา ไฟมาเผาให้ผนังแห้งเร็ว เดี๋ยวกลายเป็นหนีน้ำท่วมไปปะไฟไหม้ จะไม่คุ้มกัน บางคนอาจจะเอา ไฟสปอตไลท์ มาส่องให้ความร้อน ผนังจะได้ระเหยเอาความชื้นออกมาเร็วๆ ก็ไม่ค่อยคุ้มเท่าไร เพราะจะเสียค่ากระแสไฟฟ้าจำนวนไม่น้อย(เก็บเงินค่าไฟฟ้าส่วนนี้ ไปใช้ในการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม ส่วน
อื่นจะดีกว่ากระมังครับ)
3. หากผนังของท่านทำด้วยยิบซั่มบอร์ด จะต้องเข้าใจในพื้นฐานและธรรมชาติของแผ่นยิบซั่มบอร์ดเสียก่อนว่า เจ้าแผ่นนี้ เป็นเพียงผงปูนยิบซั่มที่หุ้มด้วยกระดาษอย่างดี แต่ไม่ว่ากระดาษจะดีเพียงไร
หากถูกน้ำท่วม สักพักเดียวรับรองว่า แอ่นยุ่ยกันเป็นแถววิธีที่ดีที่สุดก็คือ เลาะเอาแผ่นยิบซั่มนี้ออกจากตัวโครงเคร่าผนังหากเป็นโครงเคร่าที่ทำด้วยโลหะ ก็สามารถติดแผ่นใหม่เข้าแทนที่ได้เลย แต่หากโครงเคร่าเป็นไม้ คงต้องทิ้งไว้สักหลายวัน ให้ความชื้นในโครงไม้นั้น ระเหยออกเสียก่อน จึงค่อยบุแผ่นใหม่เข้าแทนที่
4. ผนังที่ทำด้วยโลหะ หรือผนังที่ทำด้วยกระจก ยามน้ำท่วมคงจะไม่เป็นอะไรมาก แต่เมื่อน้ำลดแล้ว น่าจะต้องตรวจสอบตามซอกตามรอยต่อ ว่ายังมีน้ำ หรือเศษขี้ผง ฝังในอยู่หรือไม่ หากมี ก็ทำความสะอาดเสีย (สิ่งที่น่าจับตามองสำหรับผนัง หรือโครงอลูมิเนียมก็คือ น้ำอาจขังในท่อของอลูมิเนียมครับ)
5. ผนังชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมา ไม่ว่าจะเป็นผนังกระดาษอัด ผนังสังกะสี ผนังไม้อัด ฯลฯ จะมีธรรมชาติ คล้ายกับผนังทั้งสี่ อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ลองเปรียบเทียบดู แล้วแก้ไขตามแนวทางนั้นๆ ขอให้โชคดีขอรับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น