วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

5.ปัญหาเรื่องพื้นไม้ปาร์เก้หลังน้ำท่วม

พื้มไม้ปาร์เก้หลุดออกมาและ บวมน้ำ แต่ที่ว่าน่าจะทิ้งหรือไม่นั้น ผม
ขออนุญาตเล่าและอธิบายดังนี้

1. ปาร์เก้เป็นไม้ที่ติดอยู่ได้ด้วยกาว ดังนั้น พื้นปาร์เก้จึงเป็นพื้นที่ไม่ถูกกับน้ำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อน้ำท่วม ไม้ปาร์เก้ก็จะบวมขึ้นมา กาวก็จะหลุดล่อน ดังนั้นเมื่อน้ำท่วมพื้นปาร์เก้ก็ต้องมีปัญหาแน่นอนอย่าไปโทษว่าช่างทำการปูไม้ปาร์เก้ไม่ดี อย่าไปคิดอะไรมาก

2. หากน้ำท่วมสัก 5-7 วัน นอกจากพื้นไม้ปาร์เก้จะหลุดล่อนลอยน้ำปูดโปนขึ้นมาแล้ว ยังจะมีอาการ “บูดเน่า” ให้เกิดกลิ่นเหม็นและ อาจเป็นอันตรายได้หากละเลย สูดดมอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน

3. หากพื้นปาร์เก้เปียกน้ำสักเล็กน้อย ไม่ถึงกับหลุดล่อนปูดโปนไม่ต้องทำอะไรมาก เช็ดทำความสะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ เปิดหน้าต่างประตูให้อากาศถ่ายเทความชื้นออกไป ไม่กี่วันปาร์เกต์ก็อาจเข้ารูปเดิมปกติได้ แต่มีข้อห้ามในระหว่างรอให้พื้นไม้ปาร์เก้แห้ง คือ อย่าเอาน้ำมัน หรือแลคเกอร์ หรือแว็กซ์ ไปทาทับตอนที่ปาร์เก้ยังชื้นอยู่ เพราะสารเหล่านั้นจะไปเคลือบผิวไม้ ทำให้ความชื้นในเนื้อไม้ (และเนื้อพื้นคอนกรีตใต้
ปาร์เก้) ไม่ระเหยออกมา

4. หากพื้นไม้ปาร์เก้มีอาการหนัก บิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด ผุกร่อน มีกลิ่นเหม็นเน่า…กรุณาอย่าเสียดายอาจมีเชื้อโรคและ เชื้อราแฝงอยู่ก็ได้ ควรเลาะออกมา หากเลาะออกมาแล้วยังอยู่ในสภาพดี ก็ผึ่งลมเอาไว้ให้แห้ง เผื่ออาจมีประโยชน์ในวันหลัง

5. หากเลาะพื้นปาร์เก้ออกมีข้อคิดว่า หากจะปูอะไรทับแทนก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักของวัสดุที่จะปูแทนนั้น ว่าหนักมากไหม หากหนักมาก ก็ต้องดูระบบโครงสร้างบ้านเราด้วยว่ามีความแข็งแรงไหม (ถามช่างผู้รู้ให้ช่วยดูก็ได้) เพราะปาร์เก้นั้น เป็นไม้น้ำหนักเบา พื้นที่หนึ่งตารางเมตรอาจจะหนักเพียง 5 กิโลกรัม แต่พื้นหินอ่อน หรือแกรนิตน้ำหนักรวมปูนทรายที่ใช้ปู หนึ่งตารางเมตรอาจหนักตั้ง 120 กิโลกรัม

6. หากจะปูปาร์เก้เช่นเดิม เพราะชอบความเป็นไม้ที่ให้ความนุ่มนวลหรือ ปูวัสดุอื่นที่ใช้ “กาว” เป็นตัวประสาน กรุณาอย่าปูทับลงทันที ต้องรอให้พื้นคอนกรีตแห้งก่อน อาจใช้เวลาเป็นเดือนแล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น รับรองว่าปูเท่าไรลงไป ก็ล่อนออกมาเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น